posted on 01 Oct 2009 19:53 by pukker
วันนี้กลับจากที่ทำงานเร็วหน่อย
....มองไปรอบห้อง พูดกับตัวเองว่าทำไมห้องเรามันรกขนาดนี้วะ...
มิน่าช่วงนี้มีน้ำมูกไม่ยอมหาย (ผมเป็นภูมิแพ้ครับ)
เลยถือโอกาสรื้อห้องซะยกใหญ่ (ใช้คำว่ารื้องะถูกแร้วครับ เพราะว่าคราวนี้มันรกมากก อยู่ไปได้ไงวะเรา)
กะเก็บของที่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว หนังสือที่ตนเองสะสมมาหลายปี และของขวัญต่างๆที่มีคนให้มา กลับไปไว้บ้านแม่สักวัน
.....การรื้อของในครั้งนี้เหมือนกับผมได้เปิดอัลบั้มรูปของตัวเองขึ้นมาดู ของทุกชิ้นมันมีที่มาที่ไป
รื้อไปยิ้มไป ..........และของส่วนใหญ่ที่ผมได้รับก็มาจากเธอคนนึง คนที่ดีกับผมมาตลอด แต่ผมมันไม่ดีเองที่รักษาคนที่ดีกับผมมากที่สุดคนนี้ไว้ไม่ได้ ของทุกชิ้นที่เธอให้ผม ไม่ได้ของที่เห็นแร้วชอบแร้วถึงซื้อมาให้ผม แต่เธอทำขึ้นมากับมือของเธอเอง......ของชิ้นไหนที่เธอไม่ได้ทำเอง เธอก็จะมีข้อความหวานๆให้ผมเสมอ....
ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆที่มอบให้กันมาตลอดสามปีที่เรามีกันและกัน ถึงแม้ตอนนี้เราจะไม่ได้อยู่เคียงคู่กันแล้ว ถ้าเธอยังคงแอบมอบความห่วงใยให้ผมอยู่ ผมอยากขอบคุณ ขอบคุณจากใจจริงๆ
เธออาจเจอคนที่ดีกว่าผม คนคนนั้นอาจไม่ทำร้ายความห่วงใยที่มีให้กันเช่นเดียวกับผม
ขอบคุณครับ...
posted on 29 Sep 2009 21:55 by pukker
อยากทำงานให้เหนื่อยมากกว่านี้
อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ
อยากให้คุณกลับมาหาผม
อยากเห็นหน้าคุณ
อยากบอกรักคุณ โดยที่มีคุณอยู่ตรงหน้า
อยากกอดคุณให้นานแสนนาน
"ผมจะรอคุณกลับมาหน่ะ ไม่ต้องห่วงว่าเวลาจะทำให้ผมเปลี่ยนไป ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด ผมพร้อมจะรอคุณอยู่ตรงนี้เสมอ เป็นคนดีของคุณตลอดไป สัญญา"
posted on 29 Sep 2009 21:41 by pukker
เค้าชอบอาหารญี่ปุ่น
ผมไม่ชอบอาหารญี่ปุ่น
ผมชอบสุกี้
เค้าไม่ชอบสุกี้
ผม : ดีซิ ถ้าไปด้วยกันจะได้ไม่ต้องแย่งกัน
เค้า : คงไม่ได้ไปด้วยกันหรอก คงได้ไปคนละร้าน
ผมเคยบอกเค้าไปหลายครั้งแล้ว ว่าผมยอมให้เค้าทุกอย่าง
"ผมจะยอมไปทุกๆที่ที่เค้าชอบในที่ที่ผมไม่ชอบ ยอมให้เค้าได้กินสิ่งที่เค้าชอบ ผมยอมค้นหาสิ่งที่ชอบในที่ที่ไม่ชอบ มันคงมีสักอย่างซิหน่าที่ผมต้องกินได้ในที่แห่งนั้น ขอเพียงแค่ผมได้อยู่ข้างเค้าตลอดไป"
posted on 02 Aug 2009 08:39 by pukker
ณ ตอนนี้ของวันที่ 2 สิงหาคม 2552 เวลา 08.39 น ผมก็ยังคงอยู่ปาย ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวที่ผมไปบ่อยมากที่สุด ครั้งนี้เป็นครั้งที่หกของผมแร้วมั้ง (ถ้านับไม่ผิดอ่าหน่ะ)
ถามว่าปายมีอะไรดีหรอทำให้ผมต้องมาที่นี่บ่อยเหลือเกิน บอกตามตรงว่าที่นี่ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะไม่มีอะไรนี่แระมั้งที่ทำให้ผมมาที่นี่ ช่วงนี้คนไม่ค่อยมากเท่าไหร่ ก็คงไม่ช่วงที่เค้าจามาเที่ยวปายกันหรอกครับ ครั้งนี้ผมโดนลากมาครับ (เรียกว่าโดนลากมา คงใช้กับครั้งนี้ได้) เพราะอยู่ๆไอ้โจ้ก็ชวนแบบกะทันหันโดนไม่ทันตั้งตัว (แล้วทำไมกรูไม่ปฏิเสธมันวะ) ผมเลยลากไอ้ต้องมาด้วยอีกคน รวมทริปครั้งนี้ก็มีผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหมดสามคน พอมาถึงปายไอ้ต้องดันเจอเพื่อนมันโดยบังเอิญอีกครั้ง คนนี้มันขับมอไซต์มาก่อนหน้านี้แล้วหลายวัน จนวันดีๆแบบนี้ก็พาพวกเรา สี่ทหารเสือมาเจอกัน ณ ที่ปาย
ตอนนี้ไอ้สองตัวนั่นยังไม่ตื่นหรอกครับ มะคืนคงหนัก แต่ผมแอบหนีไปนอนก่อนแระ มะไหวจริงๆมะคืน ก็พวกมันเล่นกินเหล้ากันนี่นา ผมไม่กินเหล้าหรอกครับ เชื่อมะ (แต่กินเบียร์ค๊าบบ) เลยมานั่งทำติสที่บาร์ จิบกาแฟ เล่นเน็ต ฟังเพลงที่ทางร้านเปิดอยู่ เป็นเพลงเพื่อชีวิตครับพี่น้องงงงง เหอๆ เพราะดีเหมือนกัน แต่ถ้าให้เปิดฟังเองคงไม่ใช่แนวผมแน่ๆ
อากาศของปาย ณ ตอนนี้ก็แดดไม่เยอะเท่าไหร่ เย็นกำลังดีไม่ถึงกับหนาว อออออ....ลืมบอกไปว่าเที่ยวครั้งนี้พวกเรามาพักกันที่ "ปายลานนารีสอร์ท" ครับ บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียวครับที่นี่ อยู่บนเขานิหน่อย ราคาห้องต่อคืนก็ สี่ร้อยบาทครับ แต่พวกผมมากันสามคนเลยขอเพิ่มเตียง เลยตก ห้าร้อยบาทต่อคืน ก็ถือว่ากำลังดีไม่เกินกำลังทรัพย์ แหะๆ
วันนี้ยังไม่ได้เริ่มถ่ายรูปเลยครับ มะคืนลืมชาร์ตแบตเลยอดถ่ายเลย ตอนนี้ชาร์ตแบตอยู่ เด๋วคงได้เริ่มถ่ายกัน ไว้จะเอารูปมาลงให้หน่ะ แค่นี้ก่อนแระ ไม่รุจาเล่าไรต่อแร้ว บะบาย
posted on 12 Jul 2009 21:06 by pukker
การที่เราจะอยู่ในสังคมได้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างใครช่วยตอบผมที หรือว่าไม่มีหลักการที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะอยู่ในชนชั้นไหน และในสังคมนี้มีกี่ชนชั้นใครรู้อีกบ้าง แล้ว ณ ตอนนี้คุณรู้ไหมว่าคุณจัดอยู่ในชนชั้นใด แล้วคุณคิดว่าคุณดีกว่าชนชั้นที่ด้อยกว่าคุณมากน้อยแค่ไหน แล้วใช้อะไรมาวัด สายตา หรือว่าฐานะทางด้านการเงิน ?
แล้วคนที่เราเรียกเค้าว่า "คนต่างด้าว" กับ "คนดอย" ที่เข้ามาหากินในเมืองในปัจจุบัน เราจัดเข้าอยู่ในชนชั้นไหน หรือว่าคุณไม่เคยนับเข้าในสังคม อะไรทำให้หลายคนคิดอย่างนั้น กับการที่เค้าไม่ใช่คนไทยหรือเป็นชาวเขา ทำให้เค้าต้องถูกสังคมไม่ยอมรับเชียวหรือ หลายครั้งที่ผมได้เห็นคนที่เรียกตัวเองว่า "มนุษย์" ตั้งท่ารังเกลียด บ้างก็ทำสายตาเยียดยาม ทำให้เกิดคำถามมากมายสำหรับผม ว่าการที่คนเราจะอยู่สังคมนี้ได้ต้องมีคุณสมบัติเช่นไร ?!?
"หมา"(คำที่มนุษย์ที่อยากยกระดับชนชั้นตัวเองไม่อยากพูด เพราะคิดว่าไม่สุภาพ) หรือ "สุนัข" สังคมของสัตว์ต่างจากสังคมมนุษย์ไหม ผมว่าไม่ต่างอะไรกันเลย ไม่เชือก็ลองดูบรรดาสุนัขๆ ไม่คุ้นปากเลยแหะ ผมขอใช้คำที่เหมาะกับชนชั้นของผมหน่ะครับ บรรดาหมาๆละกัน หมาที่ถูกเลี้ยงดูตามบ้านมีคนคอยให้น้ำให้อาหารอย่างครบถ้วน อาบน้ำ พาเดินเล่น และในอีกมุมหนึ่ง หมาที่ใช้ชีวิตกินนอนข้างถนน หมาจำพวกไหนที่คุณอยากนำมาเลี้ยงดูหรืออยากตรงเข้าไปกอดมากกว่ากัน 99.99 % ที่เลือกหมาจำพวกแรก เหตุผลก็ไม่ต้องบอกอะไรมากมาย
.......แล้วคนกะหมาใช้หลักการในการแบ่งชนชั้นเหมือนกันหรือต่างกันหรือไม่
.......หลายวันก่อนผมผ่านไปแถวสี่แยกทางไปโลตัสคำเที่ยง หลายคนรู้กันดีว่าแถวๆนั้นเป็นที่ชุมนุมของ คนที่หลายคนยัดเยียดให้เค้าเป็นส่วนเกินของสังคม หลายคนที่ชอบตั้งท่ารังเกลียดเมื่อผ่านไปแถวนั้นคงทำหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ ระหว่างที่ผมจอดรอสัญญาณไฟอยู่นั้น มีรถเก๋งคันงามของมนุษย์ชนชั้นสูง(จิตใจสูงตามด้วยหรือปล่าว อันนี้ไม่ขอตัวสินใจ)ขับไปชน "หมา" ที่เดินข้ามถนนอย่างแรง จนกระเด็นมาอีกฟากหนึ่งของถนนซึ่งๆมีรถเก๋งอีกคันหนึ่งจอดรอสัญญาณไฟ ทำให้หมาตัวนั้นร้องด้วยความเจ็บปวด ความแรงในการชนทำให้เท้าทั้งสองข้างของมันใช้กันไม่ได้ เจ้าหมาตัวนั้นก็นอนร้องครวญครางอยู่ตรงนั้นไม่สามารถข้ามถนนไปต่อได้
ชายหนึ่งคนเดินตรงเข้าไปอุ้มเจ้าหมาตัวนั้นออกมาจากถนน เพื่อช่วยไม่ให้ถูกรถทับซ้ำ หลังจากนั้นผมไม่รู้ว่าเจ้าหมาตัวนั้นเป็นยังไง สมมติถ้าไม่มีใครเข้าไปอุ้มเจ้าหมาตัวนั้นออกมา รถเก๋งคันงามที่จอดรอสัญญาณไฟอยู่ใน เมื่อไฟเขียวเค้าจะทำยังไง เหอๆ บีบแตรไหล่ ขับเลี่ยง หรือลงไปอุ้มเจ้าหมาเพื่อนำไปรักษา จิตใจคนยากที่จะคาดเดาครับ แล้วคุณรู้ไหมว่าชายคนนั้นเค้าคือ 1 ในจำนวนคนที่หลายคนพยายามเรียกว่าเค้าว่า "ส่วนเกินของสังคม"
ถ้าโลกนี้สามารถเลือกที่จะเลือกอยู่ในสังคมได้คุณจะเลือกแบบไหน
posted on 12 Jul 2009 21:05 by pukker
ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะผ่านช่วงชีวิตมาจนถึงปีที่ 22 เก่งไม่เบา เหอๆ สำหรับปีนี้ก็คงเหมือนเดิมครับ ต้องขอบคุณเพื่อนๆหลายคนที่ส่งข้อความมาอวยพร ขอบคุณหลายๆ ขอบคุณที่ยังจำวันธรรมดาๆของคนธรรมดาคนหนึ่งได้ มันเป็นของขวัญวันเกิดอีกอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าผู้ส่งเค้าให้จากใจจริงๆ เพราะการที่เค้าใส่ใจ ยังคงจำได้ว่าวันวันนี้เป็นวันลืมตาดูโลกของผู้ชายคนหนึ่ง แสดงว่าเราก็มีค่าในความทรงจำของเค้าเหมือนกัน อิอิ ไม่รู้จาพูดไงดีหน่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ มันมีแค่คำนี้แระที่มันสามารถเอาออกมาได้จากข้างใน มันอัดแน่นจนผมไม่รู้จาเอาออกมาได้หมด ขอบคุณนี่แระที่ผมอยากพูดจากใจ สำหรับเพื่อนรักของผม นึกว่ามันจะลืมซะแล้ว เพราะปกติมันเป็นคนที่ขี้ลืมเป็นที่สุด จนผมเรียกมันติดปากว่า "ไอ้ดรอรี่" (ตัวละครในหนังเรื่อง Nemo) อุตส่าห์ส่งข้อความมาเป็นคนแรกด้วยหน่ะ เป็นไปได้ไงหว่า วันนี้ยังหอบหิ้วของขวัญมาให้อีก ขอบใจมึงมาก ขอบใจจริงๆ
ป.ล. ขอบคุณพ่อกะแม่ผมด้วยที่ส่งผมมาเกิด ผมจะตั้งใจเรียนให้จบครับ ผมสัญญา (ที่เขียนขอบคุณพ่อกะแม่เป็นคนสุดท้าย ท่านทั้งสองคือคนสำคัญสำหรับผมเสมอ ไม่ว่าตอนนี้ผมจะมีใคร ผมก็ยังมีพวกท่านไม่เคยลืม) กราบเท้าพ่อกะแม่ครับ